เมื่อวานนี้ (24 กันยายน) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่แล้ว พร้อมกันนี้คณะรัฐมนตรียังเตรียมเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ วันนี้ (25 กันยายน) เวลา 17.00 น. ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งรัฐมนตรี มีรายชื่อดังต่อไปนี้

          1. นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่ง รมว.กลาโหม 

          2. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ 

          3. พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯเป็นรองนายกรัฐมนตรี 

          4. นายโอฬาร ไชยประวัติ เป็นรองนายกรัฐมนตรี 

          5. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รักษาการ รมว.สาธารณสุข เป็นรองนายกรัฐมนตรี 

          6. พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี 

          7. นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

          8. นายสุพล ฟองงาม เป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

          9. นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช เป็น รมว.คลัง 

          10. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เป็น รมช.คลัง 

          11. ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี เป็น รมช.คลัง 

          12. นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา 

          13. นายอุดมเดช รัตนเสถียร เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

          14. นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ 

          15. นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ 

          16. นายธีระชัย แสนแก้ว เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ 

          17. นายสันติ พร้อมพัฒน์ เป็น รมว.คมนาคม 

          18. นายโสภณ ซารัมย์ เป็น รมช.คมนาคม 

          19. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมช.คมนาคม 

          20. นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

          21. นายมั่น พัธโนทัย เป็น รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 

          22. นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล เป็น รมว.พลังงาน 

          23. นายไชยา สะสมทรัพย์ เป็น รมว.พาณิชย์ 

          24. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ เป็น รมช.พาณิชย์ 

          25. พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็น รมช.พาณิชย์ 

          26. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็น รมว.มหาดไทย 

          27. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข เป็น รมช. มหาดไทย 

          28. นายประสงค์ โฆษิตานนท์ เป็น รมช.มหาดไทย

          29. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็น รมว.ยุติธรรม 

          30. นางอุไรวรรณ เทียนทอง เป็น รมว. แรงงาน 

          31. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล เป็น รมว.วัฒนธรรม 

          32. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง เป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯ 

          33. นายศรีเมือง เจริญศิริ เป็น รมว.ศึกษาธิการ 

          34. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็น รมว.สาธารณสุข 

          35. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ เป็น รมช.สาธารณสุข 

          36. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็น รมว.อุตสาหกรรม

 
         สำหรับคณะรัฐมนตรี "สมชาย1" เมื่อได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งก็จะเป็นคณะที่ 58 ซึ่งก่อนหน้านี้มีคณะรัฐมนตรีมาแล้วหลายคณะ วันนี้จึงขอนำรายละเอียดคณะรัฐมนตรีจากอดีต - ปัจจุบันมารายงานให้ทราบกัน ดังต่อไปนี้ค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำวันพุธ ที่ 24 กันยายน พ.ศ.2551

 

โดย นางสาว วารุณี  เขียวทอง ID. 5031205228 Tourism

edit @ 25 Sep 2008 23:51:08 by sevenstars61

edit @ 25 Sep 2008 23:52:36 by sevenstars61

   วันนี้ (25 กันยายน) เมื่อเวลา 9.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้ นัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และนายดุสิต ศิริวรรณ เป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา กรณีกล่าวหาโจทก์ในทำนองว่ากระทำการโดยทุจริต ระหว่างการดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เหตุเกิดเมื่อระหว่างวันที่ 12-19 มกราคม 2549 ซึ่งจำเลยทั้งสอง เป็นผู้ดำเนินรายการ "เช้าวันนี้ที่เมืองไทย" และรายการ "สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน"

          ทั้งนี้ คดีดังกล่าว ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2550 ได้พิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสองรวม 4 กระทงๆ ละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 24 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้โฆษณาคำพิพากษาย่อในหนังสือพิมพ์ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ซึ่งภายหลังนายสมัครได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาล

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมัครได้นั่งรถตู้โตโยต้าสีดำ ทะเบียน ศร 3333 กรุงเทพมหานคร ออกจากบ้านพักในซอยนวมินทร์ 81 เมื่อเวลา 07.47 น. เดินทางถึงศาล เมื่อเวลา 08.35 น. นายสมัครมีสีหน้าเรียบเฉยเป็นปกติ โดยเดินขึ้นบันไดใช้มือไขว้หลัง ผู้สื่อข่าวได้กรูเข้าไปสัมภาษณ์ว่าจะฎีกาหรือไม่ นายสมัครไม่ตอบ และไม่ตอบข้อซักถามใดๆ ของผู้สื่อข่าว ในระหว่างที่สื่อมวลชนรุมสัมภาษณ์อยู่ปรากฏว่ามีนักข่าวสะดุดกันเองล้มลง นายสมัครหยุดเดินพร้อมกล่าวว่า โอ้ โอ้ โอ้ เมื่อเห็นนักข่าวช่วยกันพยุงเพื่อนสื่อมวลชนให้ลุกขึ้นต่อ นายสมัครจึงเดินต่อไป 

          หลัง จากนั้นนายสามารถเดินทางมาพร้อมกับใหัสัมภาษณ์ว่า ยอมรับว่าก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่ทางการเมืองเจรจาขอให้ยอมความ เนื่องจากคดีหมิ่นประมาทยอมความได้ ตนก็ไม่ได้ตอบอะไร และยืนยันว่าจะขอใช้สิทธิ์โดยชอบธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริง ความบริสุทธ์ของตน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยได้กระทำความทุจริตหรือพยายามทำทุจริตอะไร อย่างไรก็ตาม ตนมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม หลังจากนี้จะรอศาลอ่านคำพิพากษาในคดีอาญาให้เสร็จก่อนและจะรอให้คดีอาญาถึง ที่สุด เมื่อถึงที่สุดแล้วตนก็จะดำเนินการฟ้องแพ่งต่อโดยจะเรียกค่าเสียหายคนละ 100 ล้านบาท และจะไม่มีการยอมความใดๆ 

          ทั้งนี้ ศาลได้อ่านคำพิพากษา โดยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุกจำเลยคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา โดยระบุว่า " พิจารณาการกระทำของจำเลยทั้งสอง ไม่มีเหตุอันสมควรให้ชะลอการลงโทษตามที่ยื่นอุทธรณ์ ไม่สามารถอ้างเหตุผลได้ ศาลอุทธรณ์จึงให้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น" ผู้พิพากษาศาลอาญาอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์บนบัลลังก์


ขอขอบคุณจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

โดย นางสาววารุณี  เขียวทอง ID.5031205228 Tourism

 

edit @ 25 Sep 2008 23:53:11 by sevenstars61

   ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ก.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นร่วมกัน เกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี โดยนายสมชาย ระบุว่าบางตำแหน่งจะดึงบุคคลภายนอกมาร่วมงาน เพื่อต้องการให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งคุณสมบัติของรัฐมนตรีแต่ละตำแหน่งต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และเหมาะสม โดยมั่นใจว่า จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ภายใน 2-3 วันนี้

 

สำหรับกรณีที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อาจวางมือทางการเมืองนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้นายแพทย์สุรพงษ์ ร่วมทำงานด้วยกันต่อไป แต่คงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ นพ.สุรพงษ์ นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ จัดตั้งด้วยตนเอง โดยไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่นั้น ขอพิจารณาก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย ได้แจ้งให้ 5 พรรคร่วมรัฐบาลส่งรายชื่อรัฐมนตรีภายในวันนี้ (20 ก.ย.) เนื่องจากต้องส่งให้สำนักเลขาธิการ ครม. ตรวจคุณสมบัติก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯในวันที่ 21 ก.ย. โดยล่าสุด 3 พรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) และพรรคประชาราช ได้ยืนยันขอส่งรัฐมนตรีหน้าเดิมรวม 5 คน กลับเข้ารับตำแหน่งเดิมอีกครั้ง ขณะที่พรรคชาติไทยที่มีโควตา 5 ตำแหน่ง ยืนยันจะให้ 4 รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเดิมต่อไป ได้แก่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ และนายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ทางด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคพลังประชาชน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 กล่าวยืนยันถึงความจำเป็นในการที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นเร่งด่วนก่อน ซึ่งจะไม่รอผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ที่ขอขยายระยะเวลาออกไปอีก 1 เดือน เพื่อสรุปเขียนรายงานการศึกษา ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี "สมชาย 1"  พรรคจะเดินหน้าในการยื่นญัตติเพื่อเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นที่จะแก้ไข ได้แก่ มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรคที่ไม่เป็นธรรมนายพีรพันธุ์ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแก้ไขเพื่อตัวเอง แต่เพื่อไม่พรรคการเมืองทุกพรรคถูกยุบโดยง่าย รวมทั้งมาตรา 68 เรื่องโทษการตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี กรณีพรรคถูกยุบ และมาตรา 190 เรื่องการทำสนธิสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นปัญหาในทางปฏิบัติของทุกกระทรวงส่วนข้อเสนอของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ  ส.ส.ร.3  นั้น นายพีรพันธุ์ กล่าวเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวเพื่อแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ควบคู่กับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นเร่งด่วนด้วยวันเดียวกัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ว่าเป็นการจัดสรรในรูปแบบเดิม ที่เป็นไปตามโควตาและผลประโยชน์ มากกว่าการสรรหาผู้ที่เหมาะสม มีความรู้ ความสามารถ ตรงตามกระทรวงต่างๆ ซึ่งการสรรหารัฐมนตรีในปัจจุบันมี 3 รูปแบบ คือเป็นการแบ่งตามกลุ่ม ที่เป็นตัวแทนของอดีตนักการเมือง การแบ่งตามกระทรวงใหญ่ๆที่มีผลประโยชน์มาก เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง และเป็นการแบ่งในรูปแบบที่คำนึงนายทุนของพรรคมากกว่าบุคคลที่ทำงานในพรรคและมีความเหมาะสม

นายองอาจ กล่าวอีกว่า อยากเรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี หยุดการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ ในรูปแบบเดิม เพราะขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤต เท่ากับเป็นการซ้ำเติมประเทศชาติ ซึ่งประชาชนต่างรอดูโฉมหน้ารัฐมนตรีคนใหม่

 

ขอขอบคุณ http://www.thairath.co.th/onlineheadnews.html?id=104880โดย นาย ณัฐพงศ์ ชูมี ID 5131601063 Sec-14