ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (20 ก.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็นร่วมกัน เกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี โดยนายสมชาย ระบุว่าบางตำแหน่งจะดึงบุคคลภายนอกมาร่วมงาน เพื่อต้องการให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งคุณสมบัติของรัฐมนตรีแต่ละตำแหน่งต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และเหมาะสม โดยมั่นใจว่า จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ภายใน 2-3 วันนี้

 

สำหรับกรณีที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อาจวางมือทางการเมืองนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้นายแพทย์สุรพงษ์ ร่วมทำงานด้วยกันต่อไป แต่คงต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ นพ.สุรพงษ์ นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้ จัดตั้งด้วยตนเอง โดยไม่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือไม่นั้น ขอพิจารณาก่อน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย ได้แจ้งให้ 5 พรรคร่วมรัฐบาลส่งรายชื่อรัฐมนตรีภายในวันนี้ (20 ก.ย.) เนื่องจากต้องส่งให้สำนักเลขาธิการ ครม. ตรวจคุณสมบัติก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯในวันที่ 21 ก.ย. โดยล่าสุด 3 พรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) และพรรคประชาราช ได้ยืนยันขอส่งรัฐมนตรีหน้าเดิมรวม 5 คน กลับเข้ารับตำแหน่งเดิมอีกครั้ง ขณะที่พรรคชาติไทยที่มีโควตา 5 ตำแหน่ง ยืนยันจะให้ 4 รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งเดิมต่อไป ได้แก่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ และนายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ทางด้านนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคพลังประชาชน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 กล่าวยืนยันถึงความจำเป็นในการที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นเร่งด่วนก่อน ซึ่งจะไม่รอผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการฯ ที่ขอขยายระยะเวลาออกไปอีก 1 เดือน เพื่อสรุปเขียนรายงานการศึกษา ทั้งนี้ หลังจากเสร็จสิ้นการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี "สมชาย 1"  พรรคจะเดินหน้าในการยื่นญัตติเพื่อเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นที่จะแก้ไข ได้แก่ มาตรา 237 เรื่องการยุบพรรคที่ไม่เป็นธรรมนายพีรพันธุ์ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการแก้ไขเพื่อตัวเอง แต่เพื่อไม่พรรคการเมืองทุกพรรคถูกยุบโดยง่าย รวมทั้งมาตรา 68 เรื่องโทษการตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี กรณีพรรคถูกยุบ และมาตรา 190 เรื่องการทำสนธิสัญญาที่ต้องผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นปัญหาในทางปฏิบัติของทุกกระทรวงส่วนข้อเสนอของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เสนอให้ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ  ส.ส.ร.3  นั้น นายพีรพันธุ์ กล่าวเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวเพื่อแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ควบคู่กับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นเร่งด่วนด้วยวันเดียวกัน นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ว่าเป็นการจัดสรรในรูปแบบเดิม ที่เป็นไปตามโควตาและผลประโยชน์ มากกว่าการสรรหาผู้ที่เหมาะสม มีความรู้ ความสามารถ ตรงตามกระทรวงต่างๆ ซึ่งการสรรหารัฐมนตรีในปัจจุบันมี 3 รูปแบบ คือเป็นการแบ่งตามกลุ่ม ที่เป็นตัวแทนของอดีตนักการเมือง การแบ่งตามกระทรวงใหญ่ๆที่มีผลประโยชน์มาก เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง และเป็นการแบ่งในรูปแบบที่คำนึงนายทุนของพรรคมากกว่าบุคคลที่ทำงานในพรรคและมีความเหมาะสม

นายองอาจ กล่าวอีกว่า อยากเรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี หยุดการสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในกระทรวงต่างๆ ในรูปแบบเดิม เพราะขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤต เท่ากับเป็นการซ้ำเติมประเทศชาติ ซึ่งประชาชนต่างรอดูโฉมหน้ารัฐมนตรีคนใหม่

 

ขอขอบคุณ http://www.thairath.co.th/onlineheadnews.html?id=104880โดย นาย ณัฐพงศ์ ชูมี ID 5131601063 Sec-14

Comment

Comment:

Tweet

การเมืองไทยหน้าปวดหัวมากๆๆ ธฤตา เรววรณ์ id 5031601247 สำนักวิชานิติศาสตร์

#2 By ธฤตา เรวรรณ์ (119.42.78.200) on 2008-10-28 16:32

การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่นะคับเราควรถามประชาชนดีกว่าว่าต้องการหรือไม

#1 By sevenstars61 on 2008-09-20 21:46